Thai News

ลั่นไม่ปล่อยน้องอด!! ‘จิ้ม’แจงเหตุ‘จอย’ไม่มีงาน-ตัวเองก็งานน้อยสุด ห่วง‘ชวนชื่น’30ปีหาย

จิ้ม ชวนชื่น แจง จอย ตลกหญิง น้องสาวไม่มีงาน รับหมดยุค
ตลกชื่อดัง นพดล ทรงแสง หรือ จิ้ม ชวนชื่น มาร่วมงานรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์เรื่อง “ตุ๊ดตู๊กู้ชาติ” ที่โรงภาพยนตร์พารากอนซินีเพล็กซ์ จากนั้นได้ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่อง พ่อดม ชวนชื่น พูดในรายการว่า จอย ชวนชื่น ตลกน้องสาว ไม่ค่อยมีงาน

โดย จิ้ม เผยว่า “มันก็อยู่มาตั้งนานแล้ว ช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงพีกของยุคเราที่เป็นคาแร็กเตอร์ตลก เล่นตลกโชว์ สมัยก่อนที่มีรายการตลกล้น มีละคร นิทาน ปริศนา ที่ใช้ตลกเล่น มันเป็นยุคของรายการเพลงก็ต้องมีการสลับสับเปลี่ยน ตัวเองอายุมากขึ้นจะให้ไปยืนเป็นพิธีกรก็ไม่ใช่ ก็ต้องตกไปอยู่ที่ละครล่ะ”

จอยเข้าใจดีใช่ไหม
“พี่คงไม่ถึงขนาดให้มันอดหรอก เรื่องงานมันน้อยลงเขาก็ต้องมีเก็บของเขา เขาต้องมีทุกอย่างที่สร้างเอาไว้ เพราะที่ผ่านมาในชีวิตน้องจอยก็ไม่ได้เล่นการพนัน ก็มีเงินเก็บต้องบาลานซ์ตัวเอง ตัวพี่เองก็งานน้อยลงสุดแล้วแต่ด้วยสภาวะวงการที่เปลี่ยนไป สิ่งที่โหยหามากกว่า คือ อยากมีรายการของชวนชื่นที่เป็นครอบครัวให้คงไว้อยู่ ชื่อจะได้ไม่หาย ชวนชื่นมัน 30 กว่าปีแล้ว”

ก่อนหน้านี้ก็มีรายการตลกของชวนชื่นไม่ใช่เหรอ
“ด้วยรูปแบบที่มันเปลี่ยนไป มันไม่ใช่เราแยกกันไป ตัวเราเองก็เบื่อรูปแบบที่เป็นแบบนั้นเหมือนกัน เราอยากได้รูปแบบที่คิดขึ้นมาใหม่ ยังไม่รู้เหมือนกันว่าเราจะพลิกยังไงให้มัน เพราะการพลิกคาแร็กเตอร์การแสดงของตลก ถ้าหากว่าเน่าจะยิ่งเละเทะกันใหญ่ ฉะนั้นต้องคิดให้ดีก็ต้องค่อยๆ ก้าวหน่อย สภาวะชวนชื่นเราอยากเป็นผู้ผลิต ไม่ได้อยากเป็นผู้จัด ถ้าเราอยากเป็นผู้จัดก็คงไปซื้อเวลาแล้วก็บริหารทำแบบนั้น ซึ่งไม่มีใครจะเป็นหัวหน้า เพราะว่าเราเป็นครอบครัวที่มีผลประโยชน์เท่ากัน ถ้าเกิดใครไปเป็นนายทุนสักคนรูปของการเป็นครอบครัวจะหาย ก็ไม่มีใครกล้าหรอก ก็เลยรออยู่ รอจ้างก็เป็นธรรมดา ด้วยภาวะเศรษฐกิจแบบนี้มันก็ไม่ลงตัว”

จิ้ม เผยหมดยุค เตรียมรักษา ชวนชื่น ห่วงอยู่มากว่า 30 ปี จะหายจากวงการแสดงว่ามีได้คุยกับหลายๆ ที่เหมือนกัน
“ได้คุยกับหลายที่ แต่ไม่ลงตัวกันด้วยเศรษฐกิจที่ใครก็รู้อยู่ว่าเป็นแบบนี้ ถามว่าครอบครัวเราจุนเจือกันยังไง มันยังไม่ถึงขนาดนั้น ยังไม่ถึงขนาดไปขอกันกิน แต่ถ้าถึงขนาดขอกันกิน คนที่มีก็น่าจะพอเลี้ยงได้ทั้งครอบครัวแหละ แจ๊สคงไม่ปล่อยให้พี่ๆ น้องๆ ไปขอข้าววัดกินหรอก พูดถึงว่าตามหลักความจริง”

แจ๊สช่วยดูแลอย่างไรบ้าง
“มันยังไม่มีถึงขนาดนั้น แค่เอาพ่อดูแลได้ก็ฟลุ๊กแล้ว เราก็ต้องเป็นห่วง ถ้าเราต้องมาเลี้ยงพ่อ พ่อคงไม่น่าปลื้ม เพราะพ่อน่าจะมีความสนุกกับการที่ยังโลดแล่นอยู่ เอาพ่อไปคอนเสิร์ตกับแจ๊สได้ตลอดเราถือว่าเห็นความแอ๊กทีฟของพ่อ แสดงว่าเขาจะอายุยืนได้ เขาสนุกได้ยังไม่เหี่ยวเฉา เหนือสิ่งอื่นใดกว่ามีเงินที่จะเลี้ยงพ่อ คือมีที่ให้พ่อได้แอ๊กทีฟตัวเอง มันทำให้เขาไม่แก่ นี่เหนือกว่าเงินอีก พี่ดีใจครับ”

 

พ่อดมรู้สึกอย่างไร ที่เรายังอยากให้ชวนชื่นอยู่คู่วงการบันเทิง แต่ด้วยสภาวะที่เปลี่ยนไปแบบนี้
“พ่อเขาก็ทิ้งให้ผมเป็นพี่ใหญ่อยู่แล้ว ก็ไม่ได้กดดันนะ เพราะเวลาจะเรียกน้องๆ ทำงานแต่ละโปรเจ็กต์นี่ลำบากมากเลย เพราะแต่ละคนอยู่คนละที่ เป็น 10 คน ยากมากกว่าจะมานั่งห่วงเขาอีก เพราะน้องๆ มันมีที่ไป ยังมีงานทำอยู่ เราก็สบายใจมากกว่า แต่เราก็อยากให้มีรายการชวนชื่นแค่นั้นเอง”

ตัวจอยเองเขามีเครียดไหม
“ก็ไม่รู้จะพูดยังไงนะ เพราะบางอย่างพูดไปแล้วไม่รู้ว่ามันจะดูดีหรือดูแย่ หรือเราควรปล่อยให้เป็นไปตามกระแสที่คนคิดกันอย่างนั้น นี่มันก็เพิ่งกลับมาจากเกาหลีนะ ไปกันทั้งครอบครัวเลย ไปดูไอจีมันสิ มันคงไม่พายเรือไปเกาหลีหรอก (หัวเราะ) ถามว่าจอยมีทำธุรกิจอะไรมั้ย ก็มีธุรกิจกาแฟของเขานะ เห็นเขาไปขายหลายที่เหมือนกัน เขามีกาแฟของเขาที่ร่วมทำกับกลุ่มของเขา”

วงการบันเทิงเปลี่ยนไป มีผลกับวงการตลกไหม
“มีนะ ที่โผล่มันก็น้อยลง แต่ถ้าเราบาลานซ์ตัวเองดี ที่ผ่านมา ผมก็ไม่ใช่นักลงทุน ฉะนั้นเงินที่เราทำมาหากินมันก็อยู่ตามจำนวนของเรานั่นแหละ ก็เอามาแบ่งใช้เอา ทุกคนก็เป็นอย่างนั้น เพราะว่าเศรษฐกิจมันเป็นอย่างนี้ นอกจากเราจะปิ๊งไอเดียแล้วเกิดทำอะไรขึ้นมา มันก็จะเป็นผู้นำแฟชั่นและเป็นอะไรที่ทำให้เราได้หวือหวากับการขายงานเท่านั้นเอง แต่ตอนนี้ยังไม่ปิ๊งไอเดียอะไรเลย รูปแบบมันก็เก่า แต่มันก็เป็นสิ่งที่เป็นตัวเรา การที่จะเปลี่ยนสีแต่ละครั้งเปลี่ยนแล้วมันกลับไปกลับมาไม่ได้ มันต้องคิดให้ดี ก็ค่อยๆ คิดเรื่อยๆ เพราะน้องๆ มันยังทำมาหากินอยู่ได้ เราก็ไม่ต้องรีบ ยังไม่ต้องถึงขนาดมาขอข้าวกินกันก็ยังไม่เป็นไร ทุกคนก็ยังโผล่โน่นโผล่นี่กันอยู่(ยิ้ม)”

Loading...