Thai News

แสนเวทนา! เปิดเรื่องราวชีวิตของ สาวถูกสายเน็ตเกี่ยวคอดับ ยิ่งรู้ยิ่งสงสาร แล้วเขาเหล่านี้ ใครจะดูแล

เมื่อเวลา 18.00 น. 26 เม.ย. ร.ต.อ.สิงหา หงษ์อ่อน รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมด้วย นายพิพจน์เดช เลิศพสุโชค รอง ผจก.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.ขอนแก่น และ น.ส.วรพรรณ เบญจวรกุล ทนายความอิสระ ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดอีก 1 จุด ของร้านขายวัสดุเครื่องเขียน ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย บริเวณใกล้กับที่เกิดเหตุสลด กรณี นางสาวมณีเนตร เจริญเหง่า อายุ 40 ปี เสียชีวิตอยู่กลางถนนเหล่านาดี หน้าโรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย สภาพศพคอขาดเลือดไหลนอง ใกล้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำแดง หมายเลขทะเบียน 1กม 1357 ขอนแก่น ซึ่งเป็นรถของผู้ตาย นอกจากนี้ ยังพบสายส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตสีดำ กองอยู่บนถนน ซึ่งเป็นสายที่เกี่ยวเข้าลำคอของผู้เสียชีวิต จนเกิดเหตุสลดดังกล่าวเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบภาพในกล้องวงจรปิดจุดนี้ ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า รถสิบล้อที่วิ่งสวนกับรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย เกี่ยวสายสัญญาณอินเทอร์เน็ตหรือไม่ เนื่องจากมุมกล้องส่องไปไม่ถึง แต่ในกล้องวงจรปิดของโรงเรียนแก่นนคร สามารถบันทึกไว้ได้ และคาดวาดเป็นรถสิบล้อที่เกี่ยวเอาสายอินเทอร์เน็ตหย่อนลงมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จะได้ตรวจสอบต่อไปว่า รถบรรทุกสิบล้อเกี่ยวสายหรือไม่ และสายสัญญาณอินเทอร์เน็ตเป็นของบริษัทใด

นายพิพจน์เดช เลิศพสุโชค รอง ผจก.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.ขอนแก่น ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ยืนยันในเรื่องการติดตั้งสายไฟเป็นไปตามมาตรฐาน โดยมีบริษัทคู่สายที่ทำการพาดสายคู่ขนานกับสายไฟฟ้าทั้งหมด มีประมาณ 18 บริษัท ซึ่งทางการไฟฟ้าได้มีการประชุมร่วมกันในการจัดระเบียบสายต่างๆ ร่วมกันทุกบริษัท ซึ่งเป็นไปตามกำหนด และได้มาตรฐานทุกบริษัท มีวิศวกรควบคุมกับบริษัทที่พาดกับสายไฟฟ้าของการไฟฟ้า และจากการตรวจสอบ พบว่าถูกต้องตามมาตรฐาน เป็นสายดร็อปวายทั่วไป (สายอินเทอร์เน็ต) ทั้งนี้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.ขอนแก่น ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง แต่ทางบริษัทเจ้าของสายสื่อสารที่เป็นคู่สัญญาของทางการไฟฟ้าที่เกิดเหตุดังกล่าว จะต้องรับผิดชอบทั้งหมด ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะเรียกผู้ประกอบการมาพูดคุย และแจ้งให้รับผิดชอบผู้เสียหายต่อไป

ทางด้าน น.ส.วรพรรณ เบญจวรกุล ทนายความอิสระ ซึ่งญาติของผู้เสียชีวิตได้ร้องขอให้เข้ามาช่วยเหลือในการติดตามคดี เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ตาย กล่าวว่า การเข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้มาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้ตายและครอบครับผู้ตาย เพราะสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวผู้เสียชีวิต น่าสงสารอย่างมาก หลังจากที่ น.ส.มณีเนตร เสียชีวิตลง ภาระทั้งหมดก็ตกไปอยู่กับลูกสาวคนโต ที่ต้องหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว ทั้งสามีผู้ตายก็ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ แม่สามีผู้ตายก็ป่วยรอการผ่าตัด รวมทั้งพ่อของสามีผู้ตายก็ป่วยทำงานไม่ได้ ส่วนลูกสาวคนเล็กของผู้ตายก็เป็นออทิสติก มีเพียงลูกสาวคนโตเท่านั้นที่จะดูแลครอบครัวต่อไป ซึ่งตนจะเข้ามาช่วยเหลือจนกระทั่งสิ้นสุดคดีความ

ส่วนในทางคดี ผู้ที่ต้องรับผิดชอบในเหตุการณ์ดังกล่าวเบื้องต้น คือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และบริษัทสายอินเทอร์เน็ตที่เกิดเหตุ รวมทั้งรถ 10 ล้อที่ขับมาเกี่ยวเอาสายอินเทอร์เน็ตหย่อนลงมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิต ซึ่งขณะนี้ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้รวบรวมพยานหลักฐาน และแจ้งข้อกล่าวหา และทางด้านทนายความที่เข้ามาดู จะดูทั้งเรื่องของคดีอาญา และคดีแพ่ง ซึ่งหากมีผู้ใดที่สัญจรในช่วงดังกล่าว และมีกล้องหน้ารถที่สามารถจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ อยากให้นำเข้ามาเป็นหลักฐานประกอบสำนวนกับทางตำรวจ และหากเจ้าของรถสิบล้อเห็นข่าวตัวเอง อยากให้ออกมาแสดงตัว เพื่อรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไป

ด้าน ร.ต.อ.สิงหา หงษ์อ่อน รองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น กล่าวว่า ทราบข้อมูลเจ้าของสายสัญญาณที่ใช้ร่วมกับการไฟฟ้าแล้ว ซึ่งมีจำนวนมาก อยู่ระหว่างการทำหนังสือไปถึงบริษัทต่างๆ ที่เช่าเสาไฟฟ้าในการเดินสายสัญญาณมาสอบสวน ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า สายที่เกี่ยวคอคนตายนั้นเป็นของบริษัทใด ขอให้การสอบสวนเรียบร้อยก่อน จึงจะเปิดเผยได้ ในส่วนที่มีข้อสงสัยว่า ก่อนเกิดเหตุนั้น มีรถบรรทุกสิบล้อบรรทุกสิ่งของขับผ่านเกี่ยวสายสัญญาณหย่อนลงมา แล้วเกี่ยวคอคนตายจนเสียชีวิตนั้น ในจุดนี้ได้ประสานฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่สืบสวนหารายละเอียดข้อเท็จจริงแล้วเช่นกัน ยืนยันว่า ตำรวจทำการตรวจสอบทุกมิติที่เกี่ยวข้อง และจะสอบสวนหาความจริงที่เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อความเป็นธรรมกับคนตายและครอบครัว และเมื่อมีความชัดเจนก็น่าจะมีทางออกของการช่วยเหลือตามมา

ส่วนประเด็นที่ว่าญาติและบุตรสาวผู้ตาย แจ้งว่า ผู้ตายใส่สร้อยคำหมาก ซึ่งเป็นเครื่องรางของปู่ที่ให้ติดตัวตลอด และใส่สร้อยข้อมือทองคำหนัก 1 สลึง แต่พอเกิดเหตุแล้วทั้งสองอย่างหายไป รายละเอียดในส่วนนี้ก็ต้องตรวจสอบเช่นกัน แต่ขอยืนยันว่า ช่วงที่ไปตรวจที่เกิดเหตุนั้น ที่ข้อมือไม่มีสร้อยข้อมือ ส่วนที่คอก็ไม่พบสร้อยเช่นกัน ซึ่งที่คอถ้าผู้ตายใส่สร้อยตามที่ญาติแจ้งจริง อาจจะหลุดหายในช่วงที่สายสัญญาณเกี่ยวคอแล้วกระเด็นหายไปพร้อมๆ กับที่สายสัญญาณหลุดจากคอผู้ตายก็ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อญาติยืนยันว่า ทรัพย์สินที่ติดตัวคนตายหายไป เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะมีการตรวจสอบด้วยเช่นกัน แต่ได้แนะนำญาติผู้ตายว่า ให้ตรวจสอบที่บ้านก่อน เผื่อว่าวันเกิดเหตุ ผู้ตายไม่ได้ใส่ไปทำงาน อาจจะเก็บไว้ที่บ้านก็ได้

Loading...